
บทวิเคราะห์ภาพรวม
นิราศเมืองแกลงเป็นนิราศเรื่องแรกที่แสดงอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์ของสุนทรภู่ ทั้งการถ่ายทอดอารมณ์ ทัศนกวี คุณค่าด้านเนื้อหา ด้านสังคม และข้อคิด
วิเคราะห์ตามหัวข้อที่ปรากฏในบทเรียน โดยจับคู่ภาพกับคำอธิบายของหัวข้อนั้นโดยตรง

นิราศเมืองแกลงเป็นนิราศเรื่องแรกที่แสดงอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์ของสุนทรภู่ ทั้งการถ่ายทอดอารมณ์ ทัศนกวี คุณค่าด้านเนื้อหา ด้านสังคม และข้อคิด

ภาพเปิดส่วนวิเคราะห์คุณค่าของวรรณคดี ก่อนเข้าสู่การแยกคุณค่าด้านเนื้อหา วรรณศิลป์ และสังคม

ให้ความรู้เรื่องสำนวน “จองหองพองขน” หมายถึง เย่อหยิ่ง โดยเชื่อมโยงกับกิริยาอาการของลิง

กล่าวถึงแมงดาทะเลและนำพฤติกรรมของแมงดามาเปรียบกับความรัก ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ประกอบการอ่าน

กล่าวถึงไพลและสรรพคุณที่ใช้รักษาอาการวิงเวียนและปวดเมื่อย สะท้อนความรู้ด้านสมุนไพร

เด่นด้านสัมผัสใน โดยใช้ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร แสดงความสามารถในการสรรคำของสุนทรภู่

การเปรียบเทียบช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์และเนื้อความ เช่น เปรียบความทุกข์ขณะกินข้าวว่าเหมือนเคี้ยวกรวดแกลบ

ใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ ทำให้เกิดทั้งภาพและเสียงในจินตนาการ เช่น เสียงลิง ค่าง บ่าง และชะนี

การใช้คำเสียงสั้นในวรรคสดับ แสดงความสามารถในการสรรคำให้สัมผัสกับวรรครับและสื่อความได้ชัดเจน

คำอย่าง “กระโดดเผาะ เกาะผับ กระหยับคืบ” ช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพการเคลื่อนไหวและอาการขยะแขยงได้ชัด

สะท้อนความสำคัญของการคมนาคมทางน้ำในอดีต ผู้คนจึงตั้งบ้านเรือนริมแม่น้ำเพื่อสะดวกต่อการเดินทางและประกอบอาชีพ

ภาพจระเข้และลิงแสมจำนวนมากช่วยสะท้อนว่าธรรมชาติในอดีตยังอุดมสมบูรณ์

สะท้อนการประกอบอาชีพตามสภาพแวดล้อม เช่น ประมง การใช้โป๊ะ อวน ข้อง และการเก็บหอย

เมื่อเผชิญความไม่แน่นอน ผู้คนพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือการบนบานเพื่อความสบายใจและความปลอดภัย

สะท้อนความเชื่อว่าความพลัดพรากและเหตุการณ์ในชีวิตสัมพันธ์กับผลจากการกระทำของตน

การที่นายมาต้อนรับให้พักนอนสะท้อนอัธยาศัยไมตรีและค่านิยมเรื่องน้ำใจของคนไทย

กล่าวถึงการขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างเข้าหอ เพื่อความเพลิดเพลินระหว่างเดินทาง